รัฐที่กล้าคิดแบบสตาร์ทอัพ: DEPA กับบทบาท Accelerator แห่งการเปลี่ยนเมืองไทยสู่ Smart City

When government thinks like a startup, cities begin to think smarter.

รัฐที่กล้าคิดแบบสตาร์ทอัพ

DEPA กับบทบาท Accelerator แห่งการเปลี่ยนเมืองไทยสู่ Smart City

บทนำ

“ถ้ารัฐคิดและลงมือเหมือนสตาร์ทอัพ เมืองไทยจะฉลาดขึ้นได้แค่ไหน?”

ในยุคที่เทคโนโลยีไม่รอใคร รัฐบาลทั่วโลกเริ่มปรับบทบาทจาก “ผู้กำกับ” สู่ “ผู้เร่งนวัตกรรม” (Accelerator) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
DEPAสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล — คือหนึ่งในหน่วยงานไทยที่ก้าวข้ามกรอบราชการแบบเดิม และเลือกจะ “คิดและทำงาน” ด้วยความเร็วและความคล่องตัวแบบสตาร์ทอัพ

แต่คำถามคือ — รัฐจะเร่งนวัตกรรมได้จริงหรือ?
และ Smart City ที่ DEPA ตั้งเป้าสร้างทั่วประเทศ จะเปลี่ยนวิธีที่เมือง “เข้าใจคน” ได้อย่างไร?

ภาพรวมตลาด

โลกกำลังเข้าสู่ยุคของ Public Innovation — การที่ภาครัฐไม่เพียงออกนโยบาย แต่ยังเป็น “ผู้ร่วมสร้าง” ระบบนิเวศแห่งการเปลี่ยนแปลง
ประเทศไทยเองก็อยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยมี DEPA เป็นหน่วยงานหลักในการออกแบบนโยบาย ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และสนับสนุนการสร้าง Smart City ทั่วประเทศ

Smart City Ecosystem ไทย

ข้อมูลตัวเลข / แหล่งข้อมูล
จำนวนเมืองที่อยู่ในแผน Smart City129 เมือง (ข้อมูลปี 2024 – DEPA Smart City Office)
งบลงทุนรวมในโครงการ Smart Cityกว่า 45,000 ล้านบาท
เป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัลต่อ GDP ไทย30% ภายในปี 2027 (ETDA, 2024)

จากกรอบ “Thailand 4.0” สู่ “Digital Thailand” — DEPA กำลังเปลี่ยนบทบาทรัฐจากการสั่งการ มาเป็นการ “เร่ง” (Accelerate) ให้เอกชน สตาร์ทอัพ และชุมชนในท้องถิ่นร่วมกันออกแบบเมืองที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนไทย

Smart City Ecosystem ของไทยในปัจจุบัน

129

เมืองในแผน Smart City

45,000M฿

งบลงทุนรวมโครงการ

30%

เป้าหมาย GDP ดิจิทัล (ปี 2027)

จุดเปลี่ยน

ในอดีต นโยบาย Smart City มักเริ่มจากบนลงล่าง — ข้อมูลจากรัฐถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่กลับไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนในเมืองจริงๆ
จุดเปลี่ยนสำคัญ จึงอยู่ที่แนวคิดใหม่ของ DEPA ที่ถามกลับว่า

“ถ้าเมืองต้องฉลาด มันต้องเริ่มจากการฟังเสียงคนก่อนหรือไม่?”

การเปลี่ยนผ่านสู่ Smart City จึงไม่ใช่เพียงการติดตั้งเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยน Mindset ของรัฐเอง — จาก Command & Control สู่ Collaborate & Co-Create

“ภาครัฐยุคใหม่ต้องคิดเหมือนนักออกแบบระบบนิเวศ ไม่ใช่แค่ผู้ควบคุมกฎ แต่ต้องเป็นผู้สร้างพื้นที่ให้นวัตกรรมเกิดขึ้นจริง”
— ดร.ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

จากผู้กำกับสู่ผู้เร่ง (Accelerator Mindset)

ก่อน (Old Mindset)

  • Command & Control
  • Top-down Policy
  • Project-based

หลัง (New Mindset by DEPA)

  • Collaborate & Co-Create
  • Bottom-up Participation
  • Ecosystem-driven
“ภาครัฐยุคใหม่ต้องคิดเหมือนนักออกแบบระบบนิเวศ ไม่ใช่แค่ผู้ควบคุมกฎ”
— ดร.ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

กลยุทธ์

DEPA ใช้โมเดล Quadruple Helix — การบูรณาการ 4 ภาคส่วน (รัฐ–เอกชน–สถาบันการศึกษา–ภาคประชาชน) เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ทำงานร่วมกันจริง ไม่แค่ในเอกสาร

จากนโยบาย → โครงการนำร่อง → เมืองต้นแบบ → เครือข่ายขยายผลทั่วประเทศ

Quadruple Helix Framework in Action (DEPA Model)

  • Government (รัฐ): กำหนดนโยบาย สนับสนุนงบประมาณ และสร้างกฎระเบียบที่เปิดกว้าง
  • Private Sector (เอกชน): นำเทคโนโลยีและโมเดลธุรกิจใหม่เข้ามาเชื่อม
  • Academia (สถาบันการศึกษา): วิเคราะห์ข้อมูล วิจัย และพัฒนาโครงสร้างความรู้
  • Civil Society (ประชาชน): มีส่วนร่วมในการออกแบบบริการเมือง

ในระดับปฏิบัติ DEPA ยังได้ตั้ง “Smart City Accelerator Program” เพื่อสร้างต้นแบบเมืองในแต่ละภูมิภาค เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และขอนแก่น ซึ่งทำหน้าที่เหมือน “Sandbox” ให้สตาร์ทอัพทดลองโซลูชันจริงกับชีวิตผู้คน

4 พลังขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะไทย (Quadruple Helix)

🏛️

Government

นโยบาย / งบประมาณ

🚀

Private Sector

เทคโนโลยี / นวัตกรรม

📊

Academia

วิจัย / พัฒนาองค์ความรู้

👥

Civil Society

การมีส่วนร่วมของประชาชน

“Smart City ไม่ได้สร้างด้วยเทคโนโลยี แต่สร้างด้วยความร่วมมือ”

ผลลัพธ์

ผลลัพธ์จากการคิดและทำแบบ “รัฐที่เป็น Accelerator” เริ่มปรากฏชัด
DEPA ไม่ได้แค่สร้างเมืองอัจฉริยะ แต่ยังสร้าง โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Economy)

ข้อมูลเจาะลึก

ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (ข้อมูลปี 2024)
เมืองต้นแบบ Smart City30 เมืองใน 13 จังหวัด
จำนวนสตาร์ทอัพ/เอกชนที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 400 ราย
การเติบโตของโครงการดิจิทัลท้องถิ่น+45% จากปีก่อนหน้า
ความพึงพอใจของประชาชนในเมืองต้นแบบ82% (จากการสำรวจโดย DEPA, 2024)

ผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนว่า “Smart City” ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย แต่เป็นเวทีทดลองความร่วมมือแบบใหม่ ที่รัฐไม่ได้ยืนอยู่บนเวที — แต่ยืนอยู่ในวงสนทนาเดียวกับเอกชนและชุมชน

DEPA Accelerator Impact (2024)

30

เมืองต้นแบบ

400+

สตาร์ทอัพที่เข้าร่วม

+45%

การเติบโตโครงการดิจิทัล

82%

ความพึงพอใจประชาชน


“Innovation doesn’t start with technology, it starts with the courage to rethink governance.”

กรณีศึกษา

กรณีศึกษาที่ 1: Phuket Smart City – เมืองต้นแบบแห่งการเรียนรู้ร่วม

ภูเก็ตคือเมืองแรกๆ ที่ DEPA ร่วมมือกับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยในการทดลองระบบจัดการเมืองด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น ระบบวิเคราะห์การจราจรและการบริหารจัดการพลังงานในพื้นที่ท่องเที่ยว
สิ่งที่น่าสนใจคือ DEPA ไม่ได้เข้ามา “สั่ง” แต่ทำหน้าที่เป็น “ที่ปรึกษาและผู้เร่ง” ให้เอกชนท้องถิ่นและชุมชนร่วมกันแก้ปัญหา

กรณีศึกษาที่ 2: Khon Kaen Smart Living Lab – เมืองแห่งข้อมูลและสุขภาพ

ขอนแก่นกลายเป็นตัวอย่างของเมืองที่ประชาชนเป็นผู้ออกแบบระบบดิจิทัลเอง โดยมี DEPA สนับสนุนด้านงบประมาณและเชื่อมโยงกับสถาบันวิจัยสุขภาพ มหาวิทยาลัย และสตาร์ทอัพในพื้นที่
ผลลัพธ์คือแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพเมืองที่ช่วยลดเวลาการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้กว่า 30%

สิ่งที่เรียนรู้

  1. รัฐที่เปิดให้ร่วมสร้างคือรัฐที่เร่งได้เร็วกว่า — การเปลี่ยนบทบาทจากผู้สั่งเป็นผู้ร่วมคิด ทำให้เกิดนวัตกรรมในระดับชุมชน
  2. Smart City คือ Smart Collaboration — เทคโนโลยีคือเครื่องมือ แต่ความร่วมมือคือหัวใจ
  3. ข้อมูลคือทุนใหม่ของเมือง — เมื่อรัฐเปิด Data ให้เอกชนและนักพัฒนานำไปใช้ เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่
  4. นโยบายที่ยืดหยุ่นคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของรัฐ — ความเร็วของนวัตกรรมขึ้นอยู่กับความคล่องตัวทางกฎหมายและการบริหาร
  5. การคิดแบบสตาร์ทอัพไม่ใช่เรื่องของวัย แต่คือเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร — วัฒนธรรมที่ให้ทดลอง ล้มเหลว และเรียนรู้ได้เร็ว คือสิ่งที่ทำให้รัฐก้าวทันโลก

มุมมองต่ออนาคต

การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของ Smart City ไทย ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก วิธีคิดของรัฐ
DEPA ได้พิสูจน์แล้วว่า “รัฐที่กล้าคิดแบบสตาร์ทอัพ” สามารถสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างคน เมือง และเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง

ในโลกที่เปลี่ยนทุกวินาที รัฐไม่อาจเป็นเพียงผู้ตามนวัตกรรม — แต่ต้องเป็น ผู้เร่งให้มันเกิดขึ้น

“นวัตกรรมไม่ได้เกิดจากเครื่องมือใหม่ แต่เกิดจากความกล้าที่จะเปลี่ยนวิธีคิดของรัฐเอง”

References

  • DEPA Smart City Annual Report 2024
  • ETDA Digital Economy Statistics 2024
  • Think with Google: Southeast Asia Smart City Trends 2024
  • McKinsey: Public Innovation for Future Cities (2023)
  • World Bank: Digital Government Transformation Report 2023

2THB Editorial Team
“To Transform Home & Business.”
เพราะการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นจากความเข้าใจ

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *