บทนำ
“บ้านที่ดีไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย — แต่คือสิ่งที่ตอบสนองความรู้สึกของการ ‘อยู่ร่วม’ กับชีวิต”
ในวันที่ตลาดอสังหาฯ ไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว หลายแบรนด์ยังคงแข่งขันด้วย “พื้นที่” และ “ราคา” แต่ SC Asset กลับเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป — เส้นทางที่ไม่วัดคุณค่าของบ้านด้วยตารางเมตร หากแต่วัดด้วย “ประสบการณ์” และ “ความผูกพันระหว่างคนกับแบรนด์”
แนวคิดนี้ได้กลายเป็นแกนกลางของกลยุทธ์ที่ SC Asset เรียกว่า Living Solutions — การออกแบบบ้านให้เป็น “แบรนด์ประสบการณ์” (Brand Experience) ที่ผู้คนรู้สึกได้ในทุกช่วงของการใช้ชีวิต
ภาพรวมตลาด
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงหลังปี 2020 ถูกกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงหลังยุคโควิด ความคาดหวังเรื่องคุณภาพชีวิต และเทรนด์ Human-Centric Design ที่เข้ามาแทนที่แนวคิดเดิมที่มุ่งเน้น “การครอบครอง”
📊 Data Highlight
- 70% ของผู้บริโภคในเมืองใหญ่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์อารมณ์” มากกว่าราคาต่อตารางเมตร (Think with Google, 2024)
- ตลาดบ้านแนวราบระดับกลาง–บน เติบโตเฉลี่ย 5.4% ต่อปี หลังปี 2022 (REIC, 2024)
- แบรนด์อสังหาฯ ที่มี Emotional Positioning ชัดเจน มีอัตราการกลับมาซื้อซ้ำสูงกว่าแบรนด์ทั่วไปถึง 2.3 เท่า (McKinsey Real Estate Transformation Report, 2023)
สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า “มูลค่าของบ้าน” ไม่ได้อยู่ที่ตัวโครงการ แต่อยู่ที่ “เรื่องราวและคุณค่าที่แบรนด์ส่งต่อให้ผู้คน”
Market Transformation Timeline
A concise view of how consumer focus shifted and how developers responded.
จุดเปลี่ยน
เมื่อผู้บริโภคเริ่มมองบ้านเป็น Emotional Product มากกว่า Physical Product
การสร้าง “บ้านที่ขายดี” จึงไม่เพียงพออีกต่อไป — แต่ต้องสร้าง “แบรนด์ที่คนอยากอยู่ด้วย”
SC Asset เห็นสัญญาณนี้เร็วกว่าหลายเจ้า และเลือก “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญด้วยการเปลี่ยนจาก Developer สู่ Life Experience Brand
“เรามองว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับบ้านจะไม่จบลงหลังโอนกรรมสิทธิ์ แต่เพิ่งเริ่มต้นในวันที่เขาเริ่มใช้ชีวิตในนั้น”
— คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, CEO, SC Asset
นี่คือความท้าทายเชิงกลยุทธ์: การยกระดับ Brand Culture ให้กลายเป็นระบบนิเวศของชีวิต ที่ผู้บริโภครู้สึกถึงแบรนด์แม้ไม่ได้เห็นโลโก้
กลยุทธ์
SC Asset ใช้ Golden Circle Framework ของ Simon Sinek เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนแบรนด์
- Why: เพราะเชื่อว่าทุกคนควร “ใช้ชีวิตในแบบที่ดีที่สุดของตัวเอง”
- How: โดยออกแบบโครงการที่เชื่อมโยงทั้งกาย–ใจ–เทคโนโลยี เพื่อสร้างความหมายในการอยู่อาศัย
- What: ผลลัพธ์คือแบรนด์ที่ให้มากกว่า “บ้าน” — แต่คือ Living Experience Ecosystem
The Golden Circle — Why • How • What
WHY
Every person deserves to live their best life — purpose-driven housing.
HOW
Connect body, mind and tech with Living Solutions.
WHAT
Homes as Living Experience Ecosystems.
Living Solutions Model ของ SC Asset ประกอบด้วย 3 มิติหลัก:
- Smart Living: เทคโนโลยีเพื่อชีวิตประจำวัน เช่น SC Smart Home Application, ระบบพลังงานอัจฉริยะ
- Well-Being Living: พื้นที่ออกแบบเพื่อสุขภาวะกายและใจ เช่น พื้นที่สีเขียว, Smart Ventilation
- Connected Living: การสร้างคอมมูนิตี้เชิงอารมณ์ เช่น กิจกรรมเพื่อนบ้าน, แพลตฟอร์มบริการหลังการขาย
ผลลัพธ์คือ “บ้านที่รู้จักคุณ” และ “แบรนด์ที่เติบโตจากความเข้าใจมนุษย์”
Living Solutions — 3 Pillars
Smart Living
SC Smart Home App, energy systems, convenience-first design.
Well-Being Living
Green zones, ventilation, spaces for physical & mental health.
Connected Living
Community managers, events, and integrated service platforms.
ผลลัพธ์
จากกลยุทธ์ Living Solutions และการสื่อสารผ่านแนวคิด “Humanized Brand”
SC Asset สามารถขยายฐานลูกค้าและยกระดับการรับรู้แบรนด์ในหมู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
📈 Data Insight
- Brand Engagement เพิ่มขึ้น 48% ภายใน 2 ปี (2022–2024)
- Customer Retention Rate สูงถึง 84% — หนึ่งในอัตราที่ดีที่สุดในตลาดอสังหาฯ ไทย
- รายได้จากบริการเสริม (Value-Added Services) เติบโต มากกว่า 60% YoY
(Source: SC Asset Annual Report 2024)
นอกจากตัวเลขแล้ว ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดคือ “ความผูกพันของลูกค้ากับแบรนด์” — ซึ่งกลายเป็นสินทรัพย์ที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยากที่สุด
Key Brand Impact
- 📈 Brand Engagement ↑ 48% (2022–2024)
- 💡 Customer Retention Rate: 84%
- 🚀 Service Revenue Growth: +60% YoY
Alt Text: Chart showing growth in SC Asset engagement, retention, and revenue after Living Solutions strategy.
กรณีศึกษา
หนึ่งในตัวอย่างชัดเจนคือโครงการ “SC Asset Neighborhood Experience”
ที่รวมเอากิจกรรมชุมชน บริการหลังการขาย และเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมต่อในชีวิตจริง
- ลูกบ้านสามารถจองบริการซักรีด ส่งของ หรือร่วมกิจกรรมผ่านแอปเดียว
- ทุกโครงการมี “Community Manager” ที่คอยสร้างความสัมพันธ์และดูแลคุณภาพชีวิต
- การจัดงาน “SC Family Day” สร้าง Engagement ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
ผลลัพธ์คือแบรนด์ที่ไม่ได้ขายบ้าน แต่ขาย “การเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เข้าใจคุณ”
แนวคิดนี้คล้ายกับแนวทางของ Singha Estate ในไทย และ Sekisui House ในญี่ปุ่น ที่มุ่งสร้าง “Life-Value Ecosystem” — ระบบนิเวศแห่งการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนทั้งกายและใจ
สิ่งที่เรียนรู้
- Brand Experience คือตัวเร่งการเติบโตในตลาดอิ่มตัว — การแข่งขันด้วย “ความรู้สึก” มีอิทธิพลกว่าการแข่งขันด้วย “ฟังก์ชัน”
- Emotional Branding ต้องเริ่มจากภายในองค์กร — พนักงานต้องเข้าใจ “Why” ของแบรนด์ก่อนส่งต่อสู่ลูกค้า
- Living Solutions ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “ความเข้าใจมนุษย์” — เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือในการทำให้ชีวิตดีขึ้น
- Customer Relationship คือสินทรัพย์ระยะยาว — การสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องหลังการขายทำให้เกิด Loyalty และ Advocacy
- แบรนด์อสังหาฯ แห่งอนาคตจะไม่ขายบ้าน แต่ขาย “วิธีการใช้ชีวิต”
มุมมองต่ออนาคต
ในโลกที่เทคโนโลยีและตลาดเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม
สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ “หัวใจของการอยู่อาศัย” — ความต้องการเชื่อมโยงกับสิ่งที่มีความหมาย
SC Asset กำลังพิสูจน์ว่า การเป็น “ผู้นำอสังหาฯ” ไม่ได้หมายถึงการมีที่ดินมากที่สุด
แต่คือการ “เข้าใจผู้คนลึกที่สุด”
“บ้านอาจถูกสร้างด้วยอิฐและปูน แต่แบรนด์ที่ยั่งยืน ถูกสร้างด้วยความรู้สึกและความเข้าใจ”
— SC Asset
“แบรนด์ที่คนจดจำ คือแบรนด์ที่ทำให้คน ‘รู้สึก’ ก่อนจะ ‘ซื้อ’”
References
- REIC (Real Estate Information Center): https://www.reic.or.th
- CBRE Market Outlook 2024
- McKinsey Real Estate Transformation Report (2023)
- Think with Google: Home & Real Estate Trends 2024
- SC Asset Annual Report 2024
2THB Team
To Transform Home & Business.
เพราะการเปลี่ยนแปลง เริ่มจากความเข้าใจ
