How SCG is rethinking the future of materials through Circular Economy & Corporate Transformation
เมื่อโลกมาก่อนกำไร: เส้นทางการเปลี่ยนผ่านของ SCG
การเดินทางขององค์กรไทยที่เปลี่ยนจากผู้ผลิตวัสดุธรรมดา สู่ผู้สร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืน — ผ่านแนวคิด Circular Economy และการปรับองค์กรเชิงกลยุทธ์.
บทนำ
“ถ้าวัสดุก่อสร้างในอนาคตไม่ได้แค่แข็งแรง แต่ยังต้องคิดได้ว่าจะอยู่ร่วมกับโลกอย่างไร — ธุรกิจจะต้องคิดใหม่ทั้งหมดหรือไม่?”
ในยุคที่คำว่า “ยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงคำสวยหรูบนรายงาน ESG อีกต่อไป แต่คือเงื่อนไขของการอยู่รอดในระยะยาว บริษัท SCG — หนึ่งในองค์กรอุตสาหกรรมวัสดุที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน — กำลังพิสูจน์ว่าความสามารถในการสร้างกำไร ไม่จำเป็นต้องสวนทางกับการดูแลโลก
นี่คือเส้นทางของการ “เปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง (Corporate Transformation)” ที่เริ่มจากวัสดุ แต่ลงเอยด้วยการเปลี่ยนความหมายของคำว่า “ธุรกิจ”.
ภาพรวมตลาด
อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ — การเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ในอดีต ธุรกิจมุ่งเน้นการผลิตและจำหน่ายวัสดุใหม่ แต่ปัจจุบัน ความต้องการจากทั้งผู้บริโภคและภาครัฐกลับมุ่งไปที่ “การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดการปล่อยคาร์บอน” ซึ่งเป็นโจทย์ที่พลิกเกมทั้งอุตสาหกรรม
Global Construction Outlook 2024 (Oxford Economics):
- อุตสาหกรรมก่อสร้างปล่อยคาร์บอนคิดเป็น 37% ของการปล่อย CO₂ ทั่วโลก
- ตลาดวัสดุก่อสร้างยั่งยืนมีมูลค่ามากกว่า 400 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023
- คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.6% จนถึงปี 2030
ในบริบทนี้ SCG ไม่ได้มองตนเองแค่ “ผู้ผลิตวัสดุ” แต่ในฐานะ “ผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศของความยั่งยืน” ที่ต้องผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
ตลาดอุตสาหกรรมก่อสร้าง
อุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนถึง 37% ของโลก การเปลี่ยนสู่วัสดุยั่งยืนคือจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจ.
37%
Global CO₂ from Construction
$400B
Sustainable Materials Market
8.6%
Annual Growth Rate
Source: Oxford Economics, Global Construction Outlook 2024
จุดเปลี่ยน
“การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นพันธกิจขององค์กรในศตวรรษที่ 21”
— รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส, กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG
🔸 ความท้าทายหลัก
- การปล่อยคาร์บอนจากการผลิตปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง
- ความคาดหวังจากนักลงทุนและผู้บริโภคที่ต้องการเห็น ESG ที่จับต้องได้
- การปรับโครงสร้างองค์กรขนาดใหญ่ให้คล่องตัวพอสำหรับนวัตกรรม
SCG ตอบโจทย์นี้ด้วยการ “รีดีไซน์” โมเดลธุรกิจใหม่ที่ยึดหลัก Circular Economy เป็นหัวใจ และขับเคลื่อนผ่านแนวคิด 7S Framework ของ McKinsey — ซึ่งเน้นการปรับทั้ง Strategy, Structure, Systems, Shared Values, Skills, Style และ Staff เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
Turning Point
- 🌍 2018 — Circular Vision เริ่มต้น
- 🏗️ 2020 — ตั้งหน่วย Circular Business Unit
- 🌱 2024 — ESG Transformation & Green Growth
“การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นพันธกิจขององค์กรในศตวรรษที่ 21.”
— รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส, กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG
กลยุทธ์
SCG วางกลยุทธ์หลักในการเปลี่ยนผ่านองค์กรไว้ 3 เสาหลัก ได้แก่
- Sustainable Innovation – วิจัยและพัฒนาวัสดุใหม่ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ปูนลดคาร์บอน หรือวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูง
- Circular Value Chain – สร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่
- Green Partnership – สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อขยายผลกระทบเชิงบวก
7S Framework in Action – How SCG Transformed:
- Strategy: เปลี่ยนจากการเติบโตเชิงปริมาณ สู่การเติบโตเชิงคุณค่า
- Structure: จัดตั้งหน่วย Circular Economy Business Unit
- Systems: ใช้เทคโนโลยี AI และ Data Analytics เพื่อติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นต์
- Shared Values: “Passion for Better” กลายเป็นจิตวิญญาณใหม่ขององค์กร
Strategy: 3 เสาหลักแห่งการเปลี่ยนผ่าน
Sustainable Innovation
วัสดุลดคาร์บอน • R&D • Product Design
Circular Value Chain
ระบบนำกลับใช้ใหม่ • Recycled Flow
Green Partnership
ความร่วมมือทุกภาคส่วน
ผลลัพธ์
เพียงไม่กี่ปีหลังเริ่มต้น SCG ได้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านธุรกิจและสิ่งแวดล้อม
SCG ESG Report 2024:
- ลดการปล่อย CO₂ ลง 17% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2020
- สัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจาก 10% → 24%
- พัฒนาโซลูชันวัสดุสีเขียวมากกว่า 150 รายการ
- มูลค่าตลาดสินค้าวัสดุยั่งยืนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12% ต่อปี
นอกจากนี้ SCG ยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) ต่อเนื่องหลายปี — ตอกย้ำภาพลักษณ์ “ผู้นำ ESG ของไทย” ที่เดินหน้าด้วยความจริง ไม่ใช่เพียงคำพูด
ผลลัพธ์
Source: SCG Sustainability Report 2024
กรณีศึกษา
Case Study 1: SCG Green Choice
โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง เช่น ปูนลดคาร์บอน SCG Low-Carbon Cement ซึ่งช่วยลดการปล่อย CO₂ ได้ถึง 15% ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ พร้อมฉลาก “SCG Green Choice” เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อโลกได้ง่ายขึ้น
Case Study 2: Circular Economy Collaboration with Dow Thailand
SCG ร่วมมือกับ Dow ในการรีไซเคิลพลาสติกใช้แล้วเป็นเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง เพื่อกลับมาใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ใหม่ — โมเดลธุรกิจนี้ไม่เพียงลดขยะ แต่ยังสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริงในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย
“เมื่อธุรกิจไม่ทำงานคนเดียว แต่ทำงานร่วมกับโลก — นั่นคือจุดเริ่มต้นของอนาคตที่ยั่งยืน”
— SCG Circular Economy Initiative Team
Case Studies
SCG Green Choice
ปูน Low-Carbon ลด CO₂ ได้ 15% ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์
Dow Partnership
รีไซเคิลพลาสติกใช้แล้วเป็นเม็ดใหม่คุณภาพสูงเพื่อกลับมาใช้ใหม่
สิ่งที่เรียนรู้
- ยั่งยืนต้องฝังใน DNA องค์กร – ไม่ใช่โครงการ CSR ชั่วคราว แต่คือแนวคิดธุรกิจ
- ความร่วมมือสำคัญกว่าการแข่งขัน – Circular Economy ต้องอาศัยพันธมิตรในห่วงโซ่
- ใช้ Data ขับเคลื่อน ESG – การวัดผลชัดเจนคือรากฐานของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- สร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) – ทำกำไรพร้อมส่งผลดีต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
- เริ่มจากสิ่งเล็กที่ทำได้จริง – ความยั่งยืนไม่ต้องเริ่มจากโครงการใหญ่ แต่อย่าหยุดเรียนรู้
มุมมองต่ออนาคต
เมื่อโลกเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่ “ความยั่งยืน” คือภาษากลางของทุกอุตสาหกรรม SCG ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านไม่จำเป็นต้องแลกด้วยผลกำไร หากแต่คือการ “ขยายขอบเขตของคุณค่า”
จากวัสดุที่สร้างบ้าน สู่ “วัสดุที่สร้างอนาคต” — SCG กำลังนิยามใหม่ว่า ธุรกิจที่ดีไม่ใช่เพียงธุรกิจที่เติบโตได้ แต่ต้อง “เติบโตไปพร้อมกับโลก”
“ความยั่งยืนไม่ใช่ปลายทางของการเดินทาง แต่คือวิถีที่เรากำลังเดินอยู่”
References / Sources
- SCG Sustainability Report 2024
- Dow Thailand Circular Economy Partnership 2023
- McKinsey: “The 7S Framework for Organizational Transformation” (2022)
- Oxford Economics: Global Construction Outlook 2024
- World Economic Forum: Circular Economy Transition 2023
2THB Team
To Transform Home & Business.
เพราะการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นจากความเข้าใจ
(Because transformation starts with understanding)
